วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

Premium ID พรีเมี่ยมไอดี ของLine@ กับแพคเกจรายเดือน





หลายครั้งที่เจอคำถามนี้
ทำไมจ่ายเงินค่า แพคเกจรายเดือนแล้ว ระบบยังแจ้งว่า ยังไม่จ่ายค่าพรีเมี่ยมไอดี



ขออธิบายแบบสั้นๆให้เข้าใจง่ายนะคะ
Premium ID พรีเมี่ยมไอดี  ของLine@ เปรียบแล้วหมายถึง ชื่อไอดี คล้ายๆโดเนมในเว็ปไซต์
ซึ่งถ้าเราจะมีชื่อไอดีของเราเอง เราก็ต้องเสียค่าใช้จ่าย รายปี ปีละ 5.99 $
ซึ่งคนละส่วนกับแพคเกจรายเดือน ถามว่าเราไม่ซือพรีเมี่ยมไอดีได้ไหม ได้นะ
เราจะได้ไอดีรันที่ระบบให้เรามา

ส่วนแพคเกจรายเดือนของ Line@ คนละส่วนกันนะคร้า
อันนี้เรียกภาพให้เห็นง่ายๆ ก็คนที่จะบรอดแคช (การส่งข้อความทีเดียวหาลูกค้า)
ก็ต้องซื้อแพคเกจรายเดือนเสริม ตามแต่ที่เราจะเลือกใช้นะค่ะ
ไว้บทความหน้าจะมาเขียนเรื่องแพคเกจรายเดือนของ Line@ ให้ทราบนะค่ะ
เพราะตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นเพิ่มมากขึ้นนะ

ดังนั้นแล้วถ้าใครจ่ายเงินค่าแพคเกจรายเดือน แต่พรีเมี่ยมไอดีไม่ได้ต่ออายุ
ชื่อไอดีของเราก็จะหายนะค่ะ  เจอคำถามนี้บ่อยมากนะค่ะ
เนื่องจากPremium ID พรีเมี่ยมไอดี เก็บปีละครั้ง บางครั้งเราลืมไปแล้วด้วยว่า ถึงกำหนดแล้ว
ระบบก็ดันไม่ต่ออายุให้อัตโนมัติ ลูกค้าก็แอดหาเราไม่ได้ เป็นสิ่งที่ควรเช็คเหมือนกันนะ

ถ้าลืมต่อPremium ID พรีเมี่ยมไอดี ทำยังไงดีค่ะ
การต่ออายุPremium ID พรีเมี่ยมไอดีของLine@ ง่ายมากเลย เราก็สมัครใหม่ได้เลยในชื่อเดิมเลยค่ะ

ลืมแล้วว่าสมัครยังไงเข้าไปจัดการตรงไหนค่ะ 
เข้าในแอฟ Line@ ของเรา แล้วเลือก Business store จากนั้นเลือก พรีเมี่ยมไอดี แล้วก็เลือก ซื้อ แล้วก็พิมพ์ชื่อไอดีที่เราต้องการใส่ลงไป เพื่อกดซื้อให้สมบูรณ์



เข้าหน้าLine@ แล้วเลือก Business store 

เลือกพรีเมี่ยมไอดี  Premium ID

กดเลือกซื้อเพื่อเข้าหน้าใส่ชื่อไอดี

Premium ID พรีเมี่ยมไอดีถ้าหมดอายุเราไม่ต่ออายุ คนอื่นมีสิทธิ์ซื้อชื่อไอดีของเราต่อได้ทันทีนะ
ถ้าไม่อยากให้ชื่อไอดีหาย แนะนำดูวันหมดอายุพรีเมี่ยมไอดีให้ดีๆละ


------------------------------------------------------

เขียนโดย......น้องใหม่

วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การตลาดเพื่อวางกลยุทธ์


เมื่อคืนนั่งหาอ่านหนังสือเกี่ยวกับการตลาดเพื่อวางกลยุทธ์ 
สุดท้ายคุยกับเพื่อน อธิบายให้เข้าใจในหนึ่งชั่วโมง



ได้ข้อสรุปมาว่า
 SWOT
s จุดแข็ง
w จุดด้อย
0 โอกาส
t อุปสรรค

พ้อยหลักการวางกลยุทธ์มีแค่นี้
กฏซุนวู
รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
สรุปแล้วคือ รู้เขารู้เรา

รู้เขา
รู้จักคู่แข่ง แนวคิด กลยุทธ์ ปัจจัยแวดล้อมทั้งหมด

รู้เรา
ประเมินตัวเอง สิ่งที่องค์กรมี ศักยภาพที่เรามี  ปัจจัยแวดล้อมทั้งทางตรงอ้อมว่าเป็นเชิงบวกลบยังไง  เพื่อจะนำมาเขียนแผน

โมเดลคือเครื่องมือในการหา
ตามจริงมีโมเดลเยอะมาก ยกตัวอย่างโมเดลคือไขควง
อันนี้เป็นโมเดล five force model
ภาวะกดดัน 5 อย่าง

1. แข่งขันอุตสาหกรรมรุนแรงแค่ไหน 
เป็นจุดในการวิเคราะห์ตลาดการแข่งขันในธุรกิจตัวนั้นว่าเป็นอย่างไร
เราต้องตีให้ออกว่า ณ ตอนนี้ธุรกิจที่ทำอยู่เรามีคู่แข่งกี่รายบ้าง
เพื่อเอามาวิเคราะห์ SWOTว่าธุรกิจที่จะทำมีความเป็นไปได้ใกล้เคียงสุดแค่ไหน
โอกาสในการแข่งขันมากน้อยเพียงใด

  คู่แข่งทางตรง
วิธีสังเกตดูเพื่อจับมาวิเคราะห์
4p ตรงกัน ช่องทาง ตรงกัน
ราคาใกล้เคียงกัน คุณสมบัติเหมือนกัน
โปรโมชั่นใกล้เคียงกัน
ยกตย.ให้เห็นภาพชัด เป็ปซี่ โค้ก

คู่แข่งทางอ้อม
ไม่ได้ทดแทนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

2.ลูกค้ามีอำนาจต่อรองมากแค่ไหน
เป็นการแบ่งกลุ่มของลูกค้าแต่ละกลุ่ม เหมือนกับว่า
ถ้าเราเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่มองที่ราคาถูก
กลุ่มนี้จะไม่ได้สนเรื่องแบรนดิ้งมากมาย แค่ราคาตอบโจทย์
และก็จะเกิดสงครามราคาในตลาดได้ ถ้ารายใหม่เข้ามา
เหมือนยิ่งมีคู่แข่งในตลาดมาก ทางเลือกของลูกค้าก็มากขึ้นนะ
เป็นการวิเคราะห์ตลาดและหาช่องว่างโอกาสให้เรานะ

3.ซัพพลายเออร์มีอำนาจต่อรองมากไหม
เรื่องซัพพลายเออร์ เป็นการมองไปถึงต้นทุนการผลิตสินค้าได้
เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เราได้ผลกำไรมากหรือน้อยอยู่ที่จุดนี้เลยละ


4.สินค้าทดแทนมีอะไรบ้าง
ในธุรกิจตัวหนึ่ง บางครั้งสินค้าตัวนั้นอาจจะไม่นิยมแล้ว
เราจะต้องสร้างสินค้าตัวใหม่เข้ามาแทนที่สินค้าตัวเก่า
แล้วเราต้องแยกให้ออกระหว่างสินค้าทดแทนกับสินค้าใกล้เคียงให้ได้ว่าแตกต่างอย่างไร
ตามจริงมันคือการมองช่องทางและโอกาสในการทำธุรกิจเพิ่มนั่นเอง

5. การเข้ามาคู่แข่งรายใหม่ (ง่าย/ยาก)
เป็นการดูปัจจัยและโมเดลของธุรกิจตัวหนึ่ง
ว่าโครงสร้างธุรกิจเป็นอย่างไร คู่แข่งรายใหม่จะเกิดขึ้นง่ายหรือยาก
ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและโมเดลของธุรกิจตัวนั้นเลย
มันคือองค์ประกอบในการสร้างธุรกิจนั้น นั่นเอง

----------------------------------------------------
เขียนโดย.......น้องใหม่

วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ยุคนี้ ขอเรียกมันว่าอะไรดีละ

ยุคนี้ ขอเรียกมันว่าอะไรดีละ



อืมเรียกว่า คนมีความสามารถจริง สามารถมีที่ยืนได้เอง
หลายอาชีพที่เราเห็นว่า สามารถเกิดได้จากคนที่มีความสามารถจริงๆ

ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน แต่ก่อนก็คงจะบอกว่า นักเขียนเป็นอาชีพไส้แห้ง
แต่ทุกวันนี้นะหรอ  ถ้ามีความสามารถจริง นักเขียนสามารถสร้างงานเขียน
ขึ้นมาได้เอง แล้วสร้างฐานแฟนคลับ คนติดตามจากในโลกออนไลน์ได้
มีหลายแชทแนลมากที่เปิดมาเพื่อรองรับ นักเขียนอิสระ

ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องรอตีพิมพ์ตามสำนักพิมพ์ และนักเขียนบางท่าน
ยังเปิดจองหนังสือก่อนการตีพิมพ์สะอีก  แถมหนังสือถูกจองเต็มก่อนพิมพ์
ปรากฏการณ์หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีนะ

หรือจะอาชีพนักร้อง นักดนตรี เดี๋ยวนี้สามารถสร้างผลงานผ่านออนไลน์ได้นะ
ลองดูสิ สร้างผลงานมีคนติดตามค่ายก็มาขอติดต่อ สื่อต่างๆก็วิ่งเข้า
อืม.... เรียกว่าเปลี่ยนวิถีจริงๆนะ

แม้กระทั่งรายการทีวี ก็มีรายการโผล่ตามช่องในยูทูป ให้เราเลือกสรรคดู
จนเกิดอาชีพ ยูทูปเบอร์เกิดขึ้นมาใหม่  รายการไหนมีเอกลักษณ์ โดดเด่น
มีคนติดตามจริงๆ  ก็มีโฆษณาเข้ามาติดต่อ แต่ก็ได้รายได้จากทางยูทูปอีกทาง
เห็นไหมค่ะ  โลกเปลี่ยนไปขนาดไหน

นี่แค่บางส่วนที่พูดถึงนะ ยังมีอีกหลายส่วนที่ไม่ได้เล่าถึง
เพราะมันเยอะ มันเปลี่ยนแปลงไว  โลกมันหมุนไวมากนะ
บางครั้งเรายังตามแทบไม่ทันเลยนะ

---------------------------------------------------------------
เขียนโดย  น้องใหม่